ศูนย์การเรียนชุมชน ศรช.กลุ่มพระกุมารเยซู 1
อาจารย์ที่ปรึกษา นางสาวจุฬารัตน์ สงจินดาสั่งงานนักศึกษา
แบบเรียนรายวิชา ทร 3105
ทร 3105 การวิจัยอย่างง่าย )
หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
บทที่ 1
ความหมาย ความสำคัญ กระบวนการและขั้นตอนการวิจัยอย่างง่าย
สาระสำคัญ
การแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่างมีระบบ เพื่อให้ได้รับคำตอบหรือความรู้ใหม่ที่เชื่อได้ สามารถทำได้
โดยใช้กระบวนการวิจัยและขั้นตอนการวิจัยอย่างง่าย
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ผู้เรียนอธิบายความหมาย ความสำคัญของการวิจัย และระบุกระบวนการ ขั้นตอนของการทำวิจัยอย่างง่ายได้
ขอบข่ายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสำคัญ ของการวิจัย
เรื่องที่ 2 กระบวนการและขั้นตอนการทำวิจัยอย่างง่าย
เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสำคัญ ของการวิจัย
เมื่อได้ยินคำว่า “ การวิจัย” คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ทำยาก มีขั้นตอนมาก ต้องใช้เวลานาน ต้องมีความรู้ในการสร้างเครื่องมือการวิจัย และการใช้สถิติต่างๆ ทำให้หลายคนไม่อยากทำวิจัย
ข้อเท็จจริงคือ การวิจัยมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับยาก ๆ ซับซ้อน ที่ต้องใช้ความรู้ทางวิชาการด้านต่างๆ และใช้เวลาเป็นปีๆ ในการทำวิจัยแต่ละเรื่อง จนถึงการวิจัยที่ง่ายๆ แม้แต่เด็กอนุบาลหรือเด็กประถมในเมืองนอก ก็มีการทำวิจัยหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Research เป็นว่าเล่น ดังนั้นการวิจัยจึงไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเสมอไป
คำถามคือ การวิจัยคืออะไร ทำไมต้องทำวิจัย ทำแล้วได้ประโยชน์อย่างไร
การวิจัย เป็นการหาคำตอบที่อยากรู้ ที่สงสัย ที่เป็นปัญหาข้อข้องใจ แต่คำตอบนั้นต้องเชื่อถือได้ ไม่ใช้การคาดเดา หรือคิดสรุปไปเองโดยใช้ความรู้สึก วิธีการหาคำตอบจึงต้องเป็นกระบวนการ ขั้นตอน อย่างเป็นระบบ
ตัวอย่าง เช่น ถ้าต้องการทราบว่านักร้องในดวงใจของนักศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ใน ศรช. วัดแจ้ง เป็นใคร จะคาดเดาเอาเอง หรือไปสอบถามนักศึกษาเพียงคน สองคน แล้วมาสรุปว่านักร้องในดวงใจของนักศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ใน ศรช. วัดแจ้ง เป็นคนนั้น คนนี้ไม่ได้ แต่ต้องทำแบบสอบถาม ไปให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของนักศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ใน ศรช. วัดแจ้ง เป็นผู้ตอบ แล้วนำมาสรุปคำตอบข้อค้นพบที่ได้ เป็นต้น
ผลที่ได้จากการทำวิจัย นอกจากจะได้รับคำตอบที่ต้องการรู้แล้ว ผู้วิจัยเองก็ได้ประโยชน์จากการทำวิจัย คือ การเป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต ศึกษาค้นคว้าหาความรู้และเขียนเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ นอกจากนั้นการวิจัยจะเกิดประโยชน์ในภาพรวม ดังนี้
1. การวิจัยทำให้เกิดความรู้ทางวิชาการใหม่ๆ
2. การวิจัยช่วยให้เกิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ แนวคิดใหม่ๆ
3. การวิจัยช่วยตอบคำถามที่อยากรู้ ให้เข้าใจปัญหา และช่วยในการแก้ไขปัญหา
4. การวิจัยช่วยในการวางแผนและการตัดสินใจ
5. การวิจัยช่วยให้ทราบผลและข้อบกพร่องจากการดำเนินงาน
เรื่องที่ 2 กระบวนการและขั้นตอนการทำวิจัยอย่างง่าย
ขั้นตอนแรก เป็นขั้นตอนการกำหนดคำถามวิจัย / ปัญหาวิจัย มักจะเริ่มต้นจากผู้วิจัยอยากรู้อะไร มีปัญหาข้อสงสัยอะไร
ตัวอย่างคำถามการวิจัย เช่น นักร้องในดวงใจวัยรุ่นคือใคร นักการเมืองในดวงใจวัยรุ่นคือใคร วัยรุ่นใช้เวลาว่างทำอะไร เป็นต้น
ตัวอย่างปัญหาวิจัย เช่น ปัญหาการติดเกมส์ของวัยรุ่น ปัญหาการใช้เวลาว่างของวัยรุ่น ฯลฯ เป็นต้น
เมื่อกำหนดคำถามการวิจัย / ปัญหาวิจัย แล้ว
ขั้นตอนที่สอง คือ การเขียนโครงการวิจัย ซึ่งต้องเขียนก่อนการทำวิจัยจริง โดยเขียนให้ครอบคลุมว่า จะทำวิจัยเรื่องอะไร ( ชื่อโครงการวิจัย ) ทำไมจึงทำเรื่องนี้ ( ความเป็นมาและความสำคัญ ) อยากรู้อะไรบ้างจากการวิจัย
( วัตถุประสงค์ของการวิจัย ) มีแนวทางขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยอย่างไร
( วิธีดำเนินการวิจัย ) ระยะเวลาการวิจัยและแผนการดำเนินงาน ( ปฏิทินปฏิบัติงาน )การวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างไร
( ประโยชน์ของการวิจัยหรือผลที่คาดว่าจะได้รับ )
ขั้นตอนที่สาม คือการดำเนินงานวิจัยตามแผนที่กำหนดไว้ในโครงการวิจัย
ขั้นตอนที่สี่ คือการเขียนรายงานการวิจัย ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหัวข้อ คือ
1. ชื่อเรื่อง 2. ชื่อผู้วิจัย 3. ความเป็นมาของการวิจัย 4. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 5. วิธีดำเนินการวิจัย
6. ผลการวิจัย 7. ข้อเสนอแนะ และ 8. เอกสารอ้างอิง (ถ้ามี)
ขั้นตอนสุดท้าย คือ การเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อให้บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำผลงานวิจัยนั้นไปใช้ประโยชน์ต่อไป
โดยสรุปกระบวนการและขั้นตอนการทำวิจัย อย่างง่าย เขียนเป็นแผนภูมิได้ ดังนี้
กำหนดคำถามวิจัย / ปัญหาวิจัย
เขียนรายงานการวิจัย
เผยแพร่ผลงานวิจัย
บทที่ 2
สถิติง่าย ๆ เพื่อการวิจัย
สาระสำคัญ
สถิติสำหรับการวิจัยอย่างง่าย เป็นวิธีการในการศึกษาข้อมูลที่เป็นตัวเลขหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่แสดงถึงข้อเท็จจริงของ
สิ่งที่เราต้องการศึกษา เช่น วัตถุ สิ่งของ ตลอดจนพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ว่ามีคุณภาพหรือปริมาณมากน้อยเพียงใด
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถิติง่าย ๆ และสามารถเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมกับงานวิจัยในแต่ละเรื่องของได้ถูกต้อง
ขอบข่ายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 ความถี่ (Frequency) เรื่องที่ 2 ร้อยละ (Percentage) เรื่องที่ 3 ค่าเฉลี่ย (Mean)
เรื่องที่ 1 ความถี่ (Frequency)
ความถี่ (Frequency) คือ การแจงนับจำนวนของสิ่งที่เราต้องการศึกษาว่ามีจำนวนเท่าใด เช่น จำนวนผู้เรียนในห้องเรียน จำนวนสิ่งของ จำนวนจำนวนคนที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เป็นต้น
ตัวอย่างที่ 1 นักศึกษาในห้องมีทั้งหมด 30 คน เราต้องการทราบว่านักศึกษาในห้อง เป็นเพศหญิงกี่คน และเพศชายกี่คน เราสามารถแจงนับจำนวนได้ดังนี้ ตารางที่ 1 การแจงนับจำนวนนักศึกษาแยกตามเพศ
|
การแจงนับ |
ความถี่ (คน) |
|
|
18 12 |
|
<SPAN style=""font-family: " 16pt\\\\? font-size: New\\\\?,\\\\?serif\\\\?; \\\\?Angsana><SPAN style=""mso-spacerun: " yes\\\\?> |
ดำเนินการตามแผนในโครงการวิจัย
เขียนโครงการวิจัย
.

